3 พฤศจิกายน 2561

ดวงฤกษ์บอกเหตุ


      ผมได้เคยเกริ่นไว้เมื่อหลายปีที่ผ่านมาว่า   ดวงในระบบสิบลัคนาสามารถใช้พยากรณ์เรื่องต่างๆได้อย่างกว้างขวางพิสดาร   ถึงวันนี้เห็นสมควรจะได้หยิบยกการพยากรณ์เหตุการณ์   โดยครั้งนี้จะใช้ฤกษ์ทำการมาเป็นตัวอย่างในการพยากรณ์เรื่องราว
     ดวงฤกษ์ที่จะนำมาเป็นตัวอย่างครั้งนี้เป็นฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ของผู้ที่ผมเคารพนับถืออย่างสูงสุดท่านหนึ่ง   ซึ่งโดยปกติแล้วท่านมักจะเผยแพร่ความรู้เป็นวิทยาทานเสมอ   ดังนั้นการนำเสนอในครั้งนี้จึงมีความเชื่อว่าท่านจะเห็นด้วย   เพราะน่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ศึกษาโหราศาสตร์ในระบบสิบลัคนาสืบต่อไป     
     โดยปกติแล้วดวงฤกษ์ทั้งหลายที่โหราจารย์ได้คำนวณผูกวางเป็นดวงฤกษ์ขึ้นมา   ย่อมต้องการความเป็นสิริมงคลและผลในด้านต่างๆให้เหมาะสมกับกิจการที่ทำ   ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ก็เช่นเดียวกัน   ย่อมต้องการความอยู่เย็นเป็นสุขของสมาชิกภายในบ้านเป็นสำคัญ   แต่ดวงฤกษ์ที่ผมนำมาเสนอในครั้งนี้มีความแปลกและน่าอัศจรรย์ซึ่งเชื่อว่าต้องเป็นความตั้งใจของผู้วางฤกษ์อย่างแน่นอน
     ดวงฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่มีรายละเอียดดังนี้   วันทำการเป็นวันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม 2529   เวลาปฐมฤกษ์ 15.24 น.   เวลาสุดฤกษ์ 15.33 น.
ดวงฤกษ์สิบลัคนา
     ลัคนาฤกษ์สถิตราศีมังกร   ปัญจมนวางค์ ๖  ทุติยตรียางค์ ๖  ภูมิปาโลฤกษ์   ดาวพฤหัส ๕ และดาวศุกร์ ๖ ได้ตำแหน่งอุจจ์   ราหูเป็นราชาโชค   อาทิตย์ ๑ จันทร์ ๒ พฤหัส ๕ ได้องค์เกณฑ์จันทร์ครุสุริยาในราศีแม่ธาตุ    เสาร์ ๗ และมฤตยู ๐ ได้องค์เกณฑ์อัมพุในราศีเมษ   พุธ ๔ ศุกร์ ๖ ได้คู่อสีติธาตุน้ำในราศีธาตุโยคหน้าลัคนา   พฤหัส ๕ เล็งจันทร์ ๒ ได้คู่อสีติธาตุดินในราศีแม่ธาตุ   อังคาร ๓ ในราศีเมถุนเล็งเกตุ ๙ ในราศีธนูโดยได้องค์เกณฑ์อำพุกับพุธ ๔ ศุกร์ ๖ ในราศีมีน   พฤหัส ๕ ในราศีกรกฎได้ราหู ๘ ในราศีตุลย์เป็นองค์เกณฑ์อัมพุ   จะเห็นได้ว่าดาวทุกดวงถึงลัคนาหมดโดยผ่านมุมจตุโกณและโยคเกณฑ์

     ดาวที่เด่นและทรงอิทธิพลในดวงฤกษ์ที่สุดคือดาวพฤหัส ๕ ที่ได้ตำแหน่งอุจจ์   มีจุดที่น่าสนใจคือการได้ทำมุมสัมพันธ์ถึงมฤตยู ๐ และเกตุ ๙ จากเหตุผลที่กล่าวไปแล้วข้างต้น   ผลที่ปรากฏก็คือบ้านหลังนี้กลายเป็นแหล่งชุมนุมของโหราจารย์ทั้งที่มาศึกษาใหม่และโหราจารย์ระดับบรมครูหลายท่าน   ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาแลกเปลี่ยนความรู้อยู่ไม่ขาด   กลายเป็นสถานที่สำคัญที่สร้างโหรรุ่นใหม่สืบต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน   ดวงฤกษ์นี้จึงมีคุณค่าในการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง
     ดังที่ทราบกันแล้วว่าในนวางค์หนึ่งๆหรือในการให้ฤกษ์เรียกว่าบาทฤกษ์จะมีอาณาเขตถึง 3 องศา 20 ลิปดา   ดังนั้นในดวงฤกษ์นี้ผมขอกำหนดเอาเวลาปฐมฤกษ์ที่ 15.24 น.   มาเป็นเกณฑ์เพื่อคำนวณหาองศาดาว ณ เวลานั้นดังปรากฏข้างล่างนี้   โดยของดแสดงองศาดาวเพียงบางดวงตามคำแนะนำที่ได้รับมา
     จะเห็นได้ว่ามีจุดที่น่าสังเกตอยู่ที่อังคาร ๓ พุธ ๔ ราหู ๘ โดยที่ดาวทั้งสามดวงนี้เสวยเพชฌฆาตฤกษ์   ซึ่งล้วนเป็นดาวบอกเหตุทั้งสิ้น
     จากที่ตั้งชื่อเรื่องไว้ว่าดวงฤกษ์บอกเหตุ   ในความเป็นจริงแล้วสามารถนำมาพิจารณาได้หลายเรื่อง   แต่ผมจะเลือกเรื่องที่เห็นเด่นชัดและเกี่ยวพันกับคนหมู่มากมาแสดงนั่นก็คือการมรณกรรม   ก่อนอื่นขอย้อนกลับไปดูที่ตรีวัยก่อน   ไล่เรียงจากวัยต้น เริ่มที่วัย ๒ ซึ่งเป็นวัยเดชทางทักษา   ก็ยังเป็นวัยที่เข้มแข็งดี   ถัดมาคือวัย ๑ เป็นช่วงวัยแห่งการสะสมทรัพย์สิน เงินทอง   สุดท้ายของวัยต้นคือวัย ๓ อันเป็นวัยศรี   ย่อมเป็นช่วงเวลาเจริญรุ่งเรืองพอควร   พอก้าวเข้ามาสู่วัยกลาง   วัยแรกเป็นวัย ๔ ดูกับวัยเทียบแล้วก็ตรงกับวัย ๔ วินาศ   ตรงนี้เป็นจุดสำคัญที่พึงสังเกต   เพราะในวัย ๔ นี้จะทำให้ดาวอังคาร ๓ กลายเป็นกาลกิณีวัย   ที่สำคัญกว่านั้นดาวอังคาร ๓ เป็นฆาตของราศีมังกร   ฉะนั้นตั้งแต่ 25 ปีถึง 33 ปี 4 เดือนตลอดวัย ๔ นี้จึงต้องจับตาดูเป็นพิเศษ
     เหตุการณ์แรกที่จะนำเสนอเกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 14 มีนาคม 2557  เวลาประมาณ 12.00 น.   ดาวจรในวันนั้นอยู่ในตำแหน่งดังรูป
ดาวจรราศีจักร
     วันนั้นอังคาร ๓ เสาร์ ๗ ราหู ๘ จรในราศีตุลย์   ส่งกระแสถึงลัคนาในมุมจตุโกณ   เป็นกลุ่มดาวที่น่าสะพรึงกลัวมากเพราะล้วนเป็นดาวบาปเคราะห์ทั้งสิ้น   โดยเฉพาะอังคาร ๓ ซึ่งจรอยู่ที่ 5 องศาส่งแรงเอื้อมถึงจันทร์ ๒ เดิมในดวงฤกษ์ที่ 4 องศา   เท่ากับจรมาถึงสนิทนวางค์   เสาร์ ๗ จรที่ 26 องศาได้เกณฑ์อัมพุกับพฤหัส ๕ เดิมที่ราศีกรกฎ  โดยพฤหัส ๕ เดิมมีองศา 28 ห่างกันไม่เกิน 3 องศา   ส่วนเสาร์ ๗ จรเสวยเพชฌฆาตฤกษ์เท่ากับนำความมรณะมาสู่ดาวพฤหัสเดิม   ราหู ๘ อันเป็นกาลกิณีของดวงฤกษ์ปีนี้จรมาเป็นกาลกิณีจรย่อมร้ายแรงเป็นพิเศษ   ในเวลานั้นจรในราศีตุลย์ได้ 5 องศาส่งกระแสถึงจันทร์ ๒ เดิมที่ 4 องศาสนิทนวางค์เช่นกัน   สรุปว่าในเวลานั้นจันทร์ ๒ เดิมในดวงฤกษ์ถูกกระทำย่ำยีจากดาวบาปเคราะห์ทั้งสามดวงจนสุดจะทานทน   ผลก็คือแม่บ้านที่นอนป่วยอยู่ในบ้านได้จากไปอย่างสงบในเวลานั้น
     ลองพิจารณาทางด้านทักษาดูบ้าง   จรปีตกภูมิศุกร์ ๖ ทำให้ราหู ๘ กาลกิณีเดิมกลายเป็นกาลกิณีจรแรงขึ้นเป็น 2 เท่า   จรเดือนตกภูมิเสาร์ ๗   จรวันนับมาตกภูมิศุกร์ ๖   ก็ทำให้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าราหู ๘ จรคราวนี้จะร้ายกาจเพียงไร
     เหตุการณ์สุดท้ายที่จะหยิบยกมาเป็นตัวอย่างถือว่าเป็นเหตุการณ์สำคัญอย่างยิ่งครั้งหนึ่งในวงการโหราศาสตร์ไทย   เพราะนอกจากความสูญเสียที่เกิดขึ้น   สิ่งที่ได้ตามมาคือบทพิสูจน์ทางโหราศาสตร์ที่ผู้จากไปได้มอบไว้เป็นมรดกให้โหรรุ่นหลังได้ศึกษา
     เหตุเกิดเมื่อคืนวันอาทิตย์ตรงกับวันที่ 21 พฤษภาคม 2561    เวลาประมาณ 03:30 น.   เนื่องจากเวลานั้นล่วงเลยเที่ยงคืนมาแล้วแต่ยังไม่รุ่งสว่างจึงนับวันทางทักษาเป็นวันอาทิตย์   มีดาวจรแสดงอยู่ดังรูป
ดาวจรราศีจักร
     จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าดาวอังคาร ๓ ซึ่งเป็นดาวฆาตราศีอัมพุจรเข้าทับลัคนาดวงฤกษ์โดยจรได้ 12 องศาในขณะที่ลัคนาอาทิตย์ ๑ อยู่ที่ 13 องศา   เรียกได้ว่าทับกันเกือบสนิทองศาโดยต้องอย่าลืมว่าเวลาที่ใช้กำหนดในดวงฤกษ์นี้ใช้เวลาปฐมฤกษ์มาวางดวงดาวจึงอาจเคลื่อนจากเวลาจริงบ้างเล็กน้อย   ส่วนราหู ๘ ซึ่งเป็นกาลกิณีเดิมของดวงฤกษ์จรมาเล็งลัคนาอาทิตย์ ๑ โดยจรอยู่ที่ 14 องศาเท่ากับเล็งลัคนาอย่างสนิทนวางค์
อาทิตย์ ๑ อันเป็นดาวอายุเดิมของดวงฤกษ์ปีนี้ทางทักษาจรเป็นกาลกิณี   อีกทั้งอาทิตย์ยังเป็นดาวสำคัญอันหมายถึงประมุข ผู้นำในที่นี้จะหมายถึงหัวหน้าครอบครัว   เมื่อมาจรเป็นกาลกิณีเสียแล้วย่อมต้องเพ่งเล็งเรื่องนี้เป็นพิเศษ   ในขณะนั้นดาวอาทิตย์ ๑ จรอยู่ที่ราศีพฤษภได้ 5 องศาทำมุมตรีโกณถึงจันทร์เดิมที่อยู่ที่ 4 องศา   เป็นการจรถึงอย่างสนิทนวางค์
     ลองมาดูดาวพฤหัส ๕ จรกันบ้างขณะนั้นจรอยู่ที่ราศีตุลย์ได้ 24 องศาแต่เสวยเพชฌฆาตฤกษ์ทั้งยังจรได้เกณฑ์อัมพุส่งกระแสถึงพฤหัสเดิมที่ราศีกรกฎโดยพฤหัสเดิมอยู่ที่ 28 องศา   จึงเป็นข้อสังเกตให้ท่านทั้งหลายช่วยพิจารณา   ในราศีเมษดาวมฤตยูู ๐ จรทำมุมจตุโกณกับลัคนาฤกษ์   จึงเห็นได้ว่าในราศีทวารมีดาวจรตรึงเป็นมุมสี่เหลี่ยมโดยเกือบทั้งหมดเป็นดาวที่ให้โทษร้ายแรงทั้งสิ้น
     ในด้านทักษา   จรปีตกภูมิจันทร์ ๒ ทำให้ดาวอายุของดวงฤกษ์กลายเป็นกาลกิณีจร   จุดสำคัญก็คือดาวอายุดวงนี้คืออาทิตย์ ๑ ซึ่งเป็นประธานของดาวทั้งปวง   เมื่อมาเป็นกาลกิณีจรเสียแล้วย่อมเสียหายเป็นพิเศษ   จรเดือนตกภูมิอาทิตย์ ๑ ทำให้ดาวบริวารเดิมของดวงฤกษ์กลายเป็นกาลกิณีจร   นี่ก็เป็นอีกจุดสำคัญซึ่งน่าสังเกต   เพราะบริวารหมายถึงผู้อยู่อาศัยในบ้านหลังนี้   เมื่อมาเป็นกาลกิณีจรย่อมต้องเกิดความเดือดร้อนกันทั่วในเดือนนั้น   ส่วนจรวันนับมาตกภูมิจันทร์ ๒ แทนที่จะเลยไปเป็นภูมิอังคาร ๓ เป็นเพราะเวลาที่เกิดเหตุยังไม่ล่วงเข้าสู่วันใหม่โดยถือเอาอาทิตย์ขึ้นเป็นเกณฑ์   ทำให้ดาวอาทิตย์ ๑ อายุเดิมของดวงฤกษ์กลายเป็นกาลกิณีจรวัน   ในเวลานั้นท่านผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวได้ถึงแก่มรณกรรมที่บ้านหลังนี้   นำความโศกเศร้ามาสู่ครอบครัวและถือเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญครั้งหนึ่งของวงการโหราศาสตร์ไทย
     จากที่ผมนำเสนอมาทั้งหมดนี้เพียงต้องการแสดงให้เห็นว่าโหราศาสตร์ในระบบสิบลัคนาสามารถนำมาพิจารณาเรื่องต่างๆได้อย่างชัดเจน   โดยแม้ไม่มีวันเดือนปีเกิดของบุคคลก็สามารถพลิกแพลงหยิบเอาเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องมาเชื่อมโยงออกเป็นคำพยากรณ์ได้อย่างน่าอัศจรรย์
     เนื่องด้วยบทความนี้เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญที่ล่วงลับและบุคคลสำคัญหลายท่านที่ยังมีชีวิตอยู่   จึงขอสงวนนามท่านทั้งหลายไม่นำมาแสดงในที่นี้

3 พฤศจิกายน 2561